Red Bull ทิ้งห่างจริงหรือ? Russell ชี้ช่องว่าง “น่ากลัว” ใน F1 2026

George Russell ยืนยันว่า Red Bull มีความได้เปรียบด้านการใช้พลังงานราว 0.5–1 วินาทีต่อรอบจากข้อมูลเทสต์ที่บาห์เรน ความเห็นนี้ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่เกิดจากการวิเคราะห์ GPS และการปล่อยพลังงานไฟฟ้าที่ต่อเนื่องกว่าคู่แข่ง กติกาใหม่ปี 2026 เพิ่มสัดส่วนกำลังจากระบบไฟฟ้าเกือบ 50% และจำกัดขนาดแบตเตอรี่ ทำให้ “การบริหารพลังงาน” กลายเป็นปัจจัยชี้ขาด

Russell เรียกผลทดสอบว่าเป็น “reality check” สำหรับทีมไล่ล่า โดยเฉพาะเมื่อ Red Bull สร้างหน่วยพลังงานเองครั้งแรก ร่วมกับ Ford ภายใต้กฎใหม่ทั้งหมด เครื่องยนต์ แชสซี ยาง และเชื้อเพลิงคาร์บอนเป็นกลาง นักวิเคราะห์ในแพลตฟอร์มอย่าง UFA777 มองว่าความต่างครึ่งวินาทีในยุคพลังงานไฟฟ้าหมายถึงโอกาสควบคุมเกมบนทางตรงและช่วง DRS ได้มากกว่าเดิม ประเด็นต่อไปคือ ข้อได้เปรียบนี้เกิดจากอะไรเชิงเทคนิค

 

ทำไมการปล่อยพลังงานของ Red Bull จึงดูเหนือกว่า?

 

ทำไมการปล่อยพลังงานของ Red Bull จึงดูเหนือกว่า?

คำตอบคือ ระบบ deployment ของ Red Bull รักษาการจ่ายไฟฟ้าได้ยาวและเสถียรกว่าในหนึ่งรอบ ข้อมูลจากคู่แข่งชี้ว่าเครื่องยนต์ของทีมสามารถดึงและปล่อยพลังงานได้มีประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะบนทางตรงยาวที่บาห์เรน นี่สำคัญเพราะกติกาใหม่ทำให้รถ “ขาดพลังงาน” หากใช้ผิดจังหวะ

ปัจจัยเชิงเทคนิคที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  • ออกแบบเทอร์โบและการหมุนรอบสูงเพื่อชาร์จไฟ
  • จูนซอฟต์แวร์ควบคุมการปล่อยพลังงานให้ต่อเนื่อง
  • จัดสมดุลระหว่างเครื่องยนต์สันดาปกับมอเตอร์ไฟฟ้า

Russell ระบุว่าความต่างนี้เห็นชัดตั้งแต่การ shakedown ที่บาร์เซโลนา เมื่อเข้าสู่สนามจริงอย่างเมลเบิร์นหรือเจดดาห์ ความท้าทายจะเพิ่มขึ้นเพราะอุณหภูมิและรูปแบบโค้งต่างกัน ผู้ติดตามข้อมูลเชิงลึกผ่าน UFA777 เว็บแทงบอล จึงจับตา long run มากกว่ารอบเร็วเดียว เพราะสะท้อนเสถียรภาพพลังงานตลอดสตินท์ ต่อไปคือประเด็นโต้แย้งจาก Red Bull และ Ferrari

 

เกมจิตวิทยา: ใครคือ Benchmark ตัวจริง?

Pierre Wache ยืนยันว่า Red Bull ไม่ใช่ทีมมาตรฐาน และชี้ว่า Ferrari, Mercedes, McLaren ดูเร็วกว่าในการประเมินภายใน ขณะที่ Charles Leclerc เชื่อว่า Mercedes “ซ่อนของ” มากกว่าใคร สถานการณ์นี้สะท้อนเกมจิตวิทยาก่อนเปิดฤดูกาล ซึ่งทุกทีมไม่เปิดเผยโหมดเครื่องยนต์และปริมาณเชื้อเพลิงจริง

ความเป็นไปได้ที่ต้องพิจารณา

  • ทีมลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อพรางศักยภาพ
  • ทีมรันเชื้อเพลิงหนักเพื่อเก็บข้อมูลยาง
  • ทีมทดสอบแผน deployment มากกว่าล่าเวลา

เมื่อพิจารณาภาพรวม Russell ชี้ว่า Red Bull “ตีโจทย์แตก” ตั้งแต่วันแรกของการทดสอบ หากข้อมูลนี้แม่นยำ เมลเบิร์นอาจเห็น Red Bull ขึ้นนำตั้งแต่รอบควอลิฟาย นักวิเคราะห์ใน UFA777 มองว่าการเปลี่ยนอัตราต่อรองช่วงก่อนสนามแรกจะผันผวนตามรายงานซอฟต์แวร์เครื่องยนต์และคำตัดสิน FIA หากมีการตีความกฎเพิ่มเติม

 

เครื่องยนต์ใหม่ทำให้สไตล์ขับเปลี่ยนอย่างไร?

คำตอบคือ นักขับต้องใช้เกียร์ต่ำในโค้งเพื่อรักษารอบเครื่องและปั่นเทอร์โบให้ชาร์จไฟ ตัวอย่างที่ Russell ยกคือโค้งแรกบาห์เรน ซึ่งจากเดิมใช้เกียร์ 3 ปัจจุบันต้องใช้เกียร์ 1 เพื่อรักษารอบสูง การขับลักษณะนี้ขัดกับธรรมชาติของรถ แต่จำเป็นเพื่อคุมพลังงาน

ผลกระทบต่อการแข่งขัน

  • นักขับไม่สามารถกดเต็มทุกโค้ง
  • ต้องรอหนึ่งรอบเพื่อประเมินผลการใช้พลังงาน
  • ความผิดพลาดเล็กน้อยส่งผลต่อ deployment รอบถัดไป

แนวโน้มนี้ทำให้ F1 2026 เน้นกลยุทธ์มากกว่าความดุดันแบบเดิม สำหรับผู้วิเคราะห์สถิติใน UFA777 เว็บแทงบอล การอ่าน pattern การใช้พลังงานในแต่ละสนามจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะสนามความเร็วสูงและอุณหภูมิสูงจะขยายช่องว่างระหว่างทีมที่จัดการไฟฟ้าได้ดีและทีมที่ยังปรับตัวไม่สมบูรณ์

 

บทสรุป

คำกล่าวของ George Russell สะท้อนสัญญาณชัดว่า Red Bull เริ่มต้นยุค F1 2026 อย่างแข็งแกร่ง ความได้เปรียบ 0.5–1 วินาทีต่อรอบในด้านการปล่อยพลังงานอาจกำหนดทิศทางช่วงต้นฤดูกาล แม้จะมีเกมจิตวิทยาในแพดด็อก แต่ข้อมูล race run และ GPS ทำให้ Red Bull ถูกมองเป็นทีมเป้าหมายก่อนสนามแรกที่เมลเบิร์น